กราบหลวงพ่อขาว สักการะพระเจดีย์มอญ วัดพิจารณ์โสภณ วัดมอญ อ่างทอง

วัดพิจารณ์โสภณ เดิมชื่อ “วัดมอญ” สร้างเป็นวัด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2275 ในรัชสมัย พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยนาย อุฑะการ ซึ่งเป็นชนชั้นเหลนโหลนชาวมอญ ได้สร้างอุทิศส่วนบุญกุศลและให้เป็นอนุสรณ์แก่บรรพบุรุษชาวมอญทั้งหลาย ที่ได้อพยพติดตามสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมาจากเมืองแครง มาอาศัยร่มโพธิสมภารกรุงศรีอยุธยา ในคราที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นต่อกรุงหงสาวดี เมื่อวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปี พ.ศ. 2127 และได้อาสาร่วมกำลังพลกรุงศรีอยุธยา โดยการนำของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับ พระเอกาทศรถ พระอนุชา ทำการรบกับกองทัพ กรุงหงสาวดี โดยมี พระเจ้านันทบุเรง กษัตริย์พม่าเป็นแม่ทัพซึ่งกองทัพทั้งสองได้ทำการรบกันที่บริเวณบ้านบางโผงเผง แขวงวิเศษชัยชาญ เมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2130 ในการรบครั้งนี้ เป็นเหตุให้ชาวมอญที่ได้อาสาร่วมมารบในกองทัพเสียชีวิตเป็นจำนวนไม่น้อย นาย อุฑะการ ซึ่งเป็นชนชั้นเหลนโหลน จึงได้สร้างวัดอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษเพื่อเป็นอนุสรณ์ ให้ชื่อว่า “วัดมอญ”


จนเมื่อปี พ.ศ. 2495 กรมการศาสนา ได้พิจารณาเห็นว่า ประชาชนจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธาวัดมอญ นิยมมาทำบุญกุศลสม่ำเสมอ เห็นสมควรให้เปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่จาก “วัดมอญ” เป็น “วัดพิจารณ์โสภณ” เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกับวัดในเขตอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง อีก 2 วัด ด้วยกัน คือ
1.วัดโบสถ์ตีนท่า เปลี่ยนเป็น “วัดโบสถ์วรดิตถ์” วัดนี้อยู่ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
2.วัดกระสอบ เปลี่ยนเป็น “วัดพินิจธรรมสาร” วัดนี้อยู่ตำบลบางปลากด อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง


พระอุโบสถวัดพิจารณ์โสภณมีลักษณะศิลปกรรมอยุธยาตอนปลายฐานอุโบสถ เป็นรูปสำเภารองรับ มีพระประธาน พระพุทธรูปในวิหารซึ่งชาวบ้านเรียกพระนามว่า “หลวงพ่อขาว” มีรอยพระพุทธบาทจำลองและพระเจดีย์มอญ เป็นสำคัญ

พระเจดีย์มอญ
จากประวัติการก่อสร้างวัดมอญ(ประวัติจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติพุทธมณฑลจังหวัดนครปฐม) พระเจดีย์มอญ (เตมีหม่วย) ได้ก่อสร้างพร้อมๆกับการก่อสร้างพระอุโบสถ วิหารหลวงพ่อขาว รูปทรงเป็นแบบมอญก่ออิฐถือปูน ด้านในองค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพุทธองค์มาประดิษฐานไว้ในพระเจดีย์ คำว่า เจดีย์ มาจากคำว่า เจติยะ ในภาษาบาลีและ ไจตุย ภาษาสันสกฤตหมายถึง สิ่งที่ใช้เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงหรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงหลังพุทธกาล มีการกำหนดให้สร้างเจดีย์ไว้ 4 อย่าง คือ
1.ธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
2.บริโภคเจดีย์ ได้แก่ ตุมพสถูปอังคาร สถูป สังเวชนียสถาน 4 ตำบล บาตร จีวร และพระบริขาร พิเศษมีธรรมกรก เสนาสนะ เตียง ตั่ง กุฏิวิหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งของที่พระพุทธเจ้าบริโภคใช้สอยทั้งสิ้น
3.ธรรมเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระธรรมคำสอนซึ่งจารึกลงบนแผ่นศิลาและใบลาน
4.อุเทมิกะเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างเพื่อบรรจุพระพุทธรูป
ดังนั้นการสร้างพระธาตุเจดีย์ จึงถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและการสักการะบูชาพระธาตุเจดีย์ เสมือนการบูชาพระธาตุเจ้าซึ่งจะก่อให้เกิดอานิสงส์แก่ผู้สร้างและ ผู้บูชาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ขนาดของพระเจดีย์มอญมีลักษณะเป็นฐานกลม รอบฐานกว้าง 5.25 เมตร สูง 9.45 เมตร คนรุ่นเก่าเล่าสืบกันมาว่าในวันดีคืนดีจะมีอภินิหารเป็นรูปดวงไฟกลมรัศมีออกรอบองค์พระเจดีย์แล้วหายลับเข้าในองค์พระเจดีย์ พระเจดีย์มอญได้บูรณะขึ้นมาใหม่โดยการฉาบปูนครอบทับองค์เดิม เมื่อปี พ.ศ. 2531

พระธาตุเจดีย์พุทธธรรมโสภณพิพัฒน์
เนื่องจากในช่วง พ.ศ. 2542 – 2543 อันเป็นปีฉลองสมโภชครบรอบ 72 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช รัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ราชวงค์จักรี วัดพิจารณ์โสภณ โดยพระครูโสภณพัฒนวิจารณ์ (สังเวียน ปญฺญาทีโป) ตกลงใจที่จะสร้างพระเจดีย์พระเจดีย์ที่ได้ทำการรื้อถอนออกไป ในคราวสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ เพื่อเป็นพุทธบูชาแด่หลวงพ่อขาวและถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในปีแห่งการสมโภชน์ 5 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2542 จึงได้มอบหมายให้คุณดำเนิน สังขวรรณ เป็นผู้ออกแบบองค์เจดีย์ คุณ สุชิน ศรีอ่อนดี เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง องค์พระเจดีย์โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเล็กตลอดองค์ ภายนอกก่ออิฐถือปูนตามแบบ ฐานกว้าง 10.00 คูณ 10.00 เมตร ฐานทรงสี่เหลี่ยมหักมุม ตอกเข็ม ค.ส.ล. ขนาดหน้าตัด รูปตัว ไอ. ขนาด 32.00 เซนติเมตร จำนวน 25ต้น ความสูงจากฐานถึงยอดสุด 13.75 เมตร
วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2543 (ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) ได้ทำพิธีบรรจุวัตถุมงคล ประกอบด้วย พระกรุสมเด็จนางพญา (เนื้อดิน จำนวน 84,000 องค์) พร้อมพระฝากกรุอีกเป็นจำนวนมาก โดยมีพระสงฆ์วัดพิจารณ์โสภณเจริญพุทธมนต์และ ชัยมงคลคาถา มีประชาชนร่วมงาน 500 คน

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปรินายก ทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระอรหันตธาตุมาประดิษฐาน ณ องค์พระเจดีย์แห่งนี้ พร้อมทั้งได้ถวายนามพระเจดีย์นี้ว่า “พระธาตุเจดีย์ พุทธธรรมโสภณพิพัฒน์” แปลว่า พระเจดีย์พระพุทธเจ้าทรงยังความเจริญงดงามด้วยธรรมะ เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคลแด่วัดพิจารณ์โสภณและประชาชนชาวตำบลโผงเผง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน 2543
วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2543 สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร ทรงพระกรุณามาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และมี ฯพณฯ พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทองเขต 1 มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการอันเชิญ พระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระอรหันตธาตุ ขึ้นประดิษฐ์ฐานบรรจุพระเจดีย์ “พุทธธรรมโสภณพิพัฒน์” ด้วยเหตุและผลประการต่างๆ ดังได้กล่าวมานี้แล้ว นับว่าพระธาตุเจดีย์ “พุทธธรรมโสภณพิพัฒน์” จึงเป็นสถานที่อันเต็มไปด้วยบุญบารมีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เปรียบเสมือนดังสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับสถิตอยู่ ณ ที่นี้ สมควรแก่การเป็นที่กราบไหว้บูชาสักการะ เพื่อเป็นสิริมงคลเจริญรุ่งเรืองด้วยจตุรพิธพรชัย ดำรงไว้ในพระบวรพุทธศาสนาสืบต่อไป

เจดีย์ศรีมุจลินท์พิพัฒน์
เจดีย์ศรีมุจลินท์พิพัฒน์ ( พระเจดีย์องค์เหนือ ) เป็นศิลปกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2422 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีหลวงพ่อหว่างเป็นเจ้าอาวาส รูปทรงเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 5.20 เมตร สูง 9.45 เมตร ต่อมาพระเจดีย์ได้พังลง หลักฐานที่พบคือ เหรียญทองอันละเฟื้องอยู่ในพื้นปูนที่ก่ออิฐ ระบุ ร.ศ. 118 พระกรุวัดมอญพระนาคปรก 5 เศียร ซึ่งมีลายพิมพ์ และมีพุทธานุภาพสูง เป็นที่รู้จักกันดีโดยทั่วไปทำให้พระวัดมอญ มีชื่อเสียงมากวัดหนึ่ง เจดีย์ศรีมุจลินท์พิพัฒน์ ได้บูรณะขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2543


อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชากับพระวิสุทธิกษัตรี ทรงพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. 2098 ณ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก พระนามเดิม ” พระองค์ดำ” มีพระเชษฐภคินี คือ พระสุพรรณกัลยา และ พระเอกาทศรถ หรือ “พระองค์ขาว” พระอนุชา


สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชา ได้ทรงยกทัพทางเรือขึ้นไปทางตอนเหนือลำน้ำเจ้าพระยา ทรงยกทัพเข้าโจมตีขับไล่ทหารพม่าโดยการนำของพระเจ้านันทบุเรงกษัตริย์พม่าแตกพ่ายกลับกรุงหงสาวดี ณ บ้านบางโผงเผง แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ เมื่อวันที่ 15 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2130





นับเป็นวัดมอญโบราณที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งในจังหวัดอ่างทอง ที่หากมาเยือนอ่างทองแล้ว ก็มิควรพลาดมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญกันที่นี่เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว



















ภาพโดย MTHAI TEAM
ที่อยู่ : หมู่ที่ 8 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Zq2egzYi4WnY46Yb8
เวลาทำการ : 08:00 น. – 17:00 น.
เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
กราบสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดโพธิ์ศรีเจริญ วัดดังสุพรรณบุรี
วัดตองปุ วัดที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างถวายเป็นที่จำพรรษาแด่พระมหาเถรคันฉ่อง
ชมวัดมอญอายุกว่า 300 ปี กราบพ่อปู่สีชมภู วัดชมภูเวก
ดาวน์โหลด App เป็นเจ้าของวอลเปเปอร์มงคลได้เลย!
มือถือแอนดรอยด์ :
มือถือ iOS ไอโฟน :

